ข้อเท้าเสื่อม

ข้อเท้าเสื่อม

เนื้อหาในบทความนี้ 

ข้อเท้าเสื่อม

ใครมีโอกาสเป็นข้อเท้าเสื่อมบ้าง

สาเหตุของโรคข้อเท้าเสื่อม

อาการข้อเท้าเสื่อม

การรักษาข้อเท้าเสื่อมด้วยวิธีไม่ผ่าตัด

การรักษาข้อเท้าเสื่อมด้วยวิธีผ่าตัด

 

ข้อเท้าเสื่อม คือ ภาวะที่กระดูกอ่อนในข้อเท้าค่อยๆสึก และเสื่อมไปอย่างช้าๆ ทำให้ผิวสัมผัสบริเวณข้อเท้าจากเดิมที่เคยเรียบและลื่น กลายมาเป็น ขรุขระและฝืด

ถ้าเป็นมากๆ ชั้นกระดูกอ่อนที่วางตัวป้องกันกระดูกแข็งอยู่ที่ผิวข้อจะสึกออกจนหมดชั้น

เกิดกระดูกแข็งเสียดสีกันขึ้นขณะขยับข้อเท้า ทำให้เกิดอาการปวดเสียวข้อเท้ามาก รวมถึงเกิดภาวะกระดูกงอกตามมาได้

ตามปกติแล้วข้อต่างๆในร่างกายจะเสื่อมลงตามการใช้งาน โดยเฉพาะข้อบริเวณขาเนื่องจากเป็นส่วนที่ใช้ลงน้ำหนัก ยิ่งใช้งานหนัก หรือใช้งานมานาน (ในผู้สูงอายุ) จะมีโอกาสเกิดข้อเสื่อมได้โดยไม่ต้องมีอุบัติเหตุหรือโรคต่างๆนำมาก่อน เช่นข้อเข่าเสื่อม ข้อสะโพกเสื่อม

แต่ข้อเท้าจะแตกต่างออกไป

ที่ข้อเท้าจะพบภาวะข้อเสื่อมตามการใช้งานได้ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับข้ออื่นๆ

เช่นข้อเข่า ข้อสะโพก เนื่องจากกระดูกอ่อนบริเวณข้อเท้ามีความแข็งแรง ทนแรงกดและแรงฉีกได้มากกว่ากระดูกอ่อนที่ข้อตำแหน่งอื่นๆ รวมถึงลักษณะข้อเท้าที่เข้ารูปกันมากด้วยทำให้พบเข่าเท้าเสื่อมตามการใช้งานทั่วๆไปได้น้อย

ใครมีโอกาสเป็นข้อเท้าเสื่อมบ้าง

               โดยปกติโรคข้อเสื่อมอื่นๆที่ไม่ใช่ข้อเท้า เช่นโรคข้อเข่าเสื่อม มักจะพบในคนที่ทำงานหนัก หรือคนที่อายุมากสักหน่อยที่ใช้งานข้อมานานๆ อาจมีสาเหตุของข้อเสื่อมหรือไม่มีก็ได้

  แต่สำหรับข้อเท้า โรคข้อเท้าเสื่อมมักจะมีสาเหตุนำมาก่อนครับ ส่วนใหญ่จะเป็นอุบัติเหตุบริเวณข้อเท้าที่ค่อนข้างแรงในอดีต หรือไม่ก็มีโรคประจำตัวที่ทำให้เกิดข้อเท้าอักเสบได้ง่ายครับ

         คนที่เป็นโรคข้อเท้าเสื่อมบางท่าน ก็จำไม่ได้ว่าเคยมีอุบัติเหตุนำมาก่อนนะครับ เช่น เคยข้อเท้าพลิกอย่างรุนแรงเมื่อหลายปีก่อน แต่ลืมๆไปแล้วก็มีเหมือนกัน

สาเหตุของโรคข้อเท้าเสื่อม

  • อุบัติเหตุทางด้านข้อเท้า

ข้อเท้าหัก
  • กระดูกข้อเท้าหัก แม้ว่าจะได้รับการรักษาจะหายดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใส่เฝือก หรือการผ่าตัดก็ตาม ก็สามารถทำให้เกิดข้อเท้าเสื่อมตามมาได้ กระบวนการเกิดอาการ อาจเป็นเดือน หรือเป็นปีๆก็ได้ครับ
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระดูกข้อเท้าหักได้ที่นี่ครับ
เอ็นข้อเท้าฉีก
  • เอ็นข้อเท้าฉีก ทำให้เกิดภาวะข้อเท้าหลวม ข้อเท้าพลิกง่าย และเกิดภาวะข้อเท้าไม่เข้ารูปกันสนิทเหมือนปกติ ทำให้การลงน้ำหนักบริเวณข้อเท้าผิดปกติไป ทำให้เกิดข้อเท้าเสื่อมตามมาได้
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท้าพลิก เอ็นข้อเท้าฉีกได้ที่นี่ครับ
กระดูกอ่อนข้อเท้าบาดเจ็บ
  • กระดูกอ่อนข้อเท้าบาดเจ็บ (ส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่ามีการบาดเจ็บนี้) ทำให้กระดูกอ่อนข้อเท้าไม่เรียบและไม่ลื่นเหมือนเดิม ถ้าปล่อยไว้ กระดูกอ่อนผิวข้อเท้าจะขรุขระมากขึ้นและเกิดการเสียดสีกัน ทำให้เกิดข้อเท้าเสื่อมตามมา
ข้อเท้าผิดรูป
  • ข้อเท้าผิดรูป ทำให้การลงน้ำหนักบริเวณข้อเท้าไม่กระจายไปทั่วทั้งข้อเท้าเท่าๆกัน การลงน้ำหนักจะเทไปบริเวณหนึ่งๆของข้อเท้า ทำให้บริเวณนั้นต้องรับภาระในการรับน้ำหนักมากเกินปกติ และเกิดข้อเท้าเสื่อมตามมาได้
  • โรคประจำตัว

    • โดยเฉพาะโรคที่ทำให้เกิดข้อต่างๆในร่างกายอักเสบได้ง่าย เช่น โรครูมาตอยด์ โรคฮีโมฟีเลีย เป็นต้น
  • ไม่มีสาเหตุ

    • เกิดข้อเท้าเสื่อมขึ้นตามธรรมชาติ จากการใช้งานหนัก หรือใช้งานมานานตามอายุ สามารถเกิดขึ้นได้ครับ แต่เป็นส่วนน้อย

อาการข้อเท้าเสื่อม

  • ปวดข้อเท้า

    • จะเริ่มปวดจากน้อยๆก่อน ต่อมาจะปวดมากขึ้น
    • เป็นๆหายๆ
    • จะปวดเสียวมากตอนเดินลงน้ำหนัก เมื่อพักจะหายปวด
    • อาจมีปวดตอนกลางคืนได้ บางคนนอนไม่หลับ หรือต้องตื่นมาตอนกลางคืนเนื่องจากปวด
  • ข้อเท้าบวม

    • จะบวมบริเวณข้อเท้าทั่วๆ ไม่เฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่ง
    • จับดูมักจะไม่อุ่น ลักษณะภายนอกจะไม่แดงอักเสบ
    • มักจะบวมมากตอนห้อยเท้านานๆ เช่นนั่งห้อยเท้า ยืนต่อเนื่องกันนานๆ
    • นอนยกขาสูง จะทำให้อาการบวมทุเลาลง
  • ข้อเท้าฝืด

    • กระดกข้อเท้าขึ้น-ลงได้ลดลง
    • ขณะกระดกข้อเท้าขึ้น-ลงทำได้ยากขึ้น
    • อาการมักเป็นตอนเช้า หลังตื่นนอน
  • ขยับข้อเท้าแล้วมีเสียง

    • เกิดจากกระดูกอ่อนผิวข้อขรุขระ หรือกระดูกอ่อนผิวข้อสึกจนหมด ทำให้กระดูกแข็งเสียดสีกัน ทำให้มีเสียงเกิดขึ้น
  • กระดกข้อเท้าขึ้น-ลง ได้ไม่สุดเท่าเดิม

  • ข้อเท้าผิดรูป

    • สังเกตดูจะพบว่าส้นเท้าเอียงออกนอก หรือเข้าใน มากกว่าอีกข้างหนึ่งที่ปกติ โดยจะเห็นได้ชัดถ้ายืนลงน้ำหนัก
  • ขึ้นบันได วิ่ง ยกของหนัก ทำให้ปวดเสียวข้อเท้ามาก บางคนจะทำไม่ได้เลย
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการปวดข้อเท้าเนื่องจากสาเหตุต่างๆได้ที่นี่ครับ

การรักษาข้อเท้าเสื่อมด้วยวิธีไม่ผ่าตัด

  • ลดน้ำหนัก ถ้าน้ำหนักตัวเกิน พยายามลดหน่อยครับ ข้อเท้าของเราจะได้ไม่ต้องรับภาระมาก
ทานยาข้อเท้าเสื่อม
  • ทานยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ตามความเหมาะสม (ปรึกษาคุณเภสัชกรหรือคุณหมอประจำตัวก่อนนะครับ)
แผ่นเสริมรองเท้า
  • ใช้ที่เสริมรองเท้า เช่นที่เสริมอุ้งเท้า (arch support) ในคนที่มีเท้าแบน หรือเสริมแผ่นเอียงที่ส้นเท้า(heel wedge) เพื่อช่วยปรับโครงสร้างเท้าให้สมดุล ทำให้การกระจายน้ำหนักบริเวณข้อเท้าทำได้ดีขึ้น
รองเท้าข้อเท้าเสื่อม
  • เลือกพื้นรองเท้าแบบโค้ง (Rocker bottom shoes) เพื่อลดการใช้ข้อเท้าในการเดิน โดยพื้นรองเท้าที่โค้งจะช่วยให้การเดินไหลไปตามความโค้งของพื้นรองเท้า
ที่ประคองข้อเท้า
  • ที่ประคองข้อเท้าแบบแข็ง ไม่ว่าจะเป็น ankle brace หรือ walking boot เพื่อให้ข้อเท้าขยับลดลง และช่วยประคองโครงสร้างของข้อเท้าด้วย
ที่ประคองข้อเท้าเสื่อม
  • ใช้ไม้เท้าช่วย อาจเป็นสามขา หรือไม้เท้าขาเดียวก็ยังดีครับ จะได้ช่วยแบ่งรับน้ำหนักตัวไปได้บ้าง
กาพภาพข้อเท้าเสื่อม
  • กายภาพบำบัด เพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบๆข้อเท้า และช่วยเพิ่มพิสัยการขยับของข้อเท้าด้วย
ออกกำลังกายข้อเท้าเสื่อม
  • การออกกำลัง โดยเลือกการออกกำลังที่ใช้ข้อเท้ารับน้ำหนักน้อยๆ ไม่กระแทก เช่นว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน
ฉีดยาข้อเท้า
  • การฉีดยาเข้าข้อเท้า อันนี้ต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวนะครับ (ฉีดแล้วได้ผลดีในบางกรณี) ไม่ว่าจะเป็นฉีดสเตียรอยด์ หรือฉีดน้ำเลี้ยงข้อเท้า

การรักษาข้อเท้าเสื่อมด้วยวิธีผ่าตัด

ถ้ารักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดไม่หาย ก็ต้องพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดแล้วครับ มีหลายวิธี โดยต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวครับ 

การเลือกวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับ อายุ กิจกรรมที่ชอบทำ กีฬาที่ชอบเล่น อาชีพ

และที่สำคัญที่สุด คือ ข้อเท้าเสื่อมตอนนี้เป็นขั้นไหนแล้ว ถ้าเป็นไม่มาก สามารถรักษาด้วยวิธีผ่าตัดเพื่อให้ข้อกลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติได้ครับ

  • ส่องกล้องทำความสะอาดข้อเท้า
  • ผ่าตัดเชื่อมข้อเท้า
  • ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเท้า
  • ผ่าตัดปรับแนวข้อเท้าให้ตรง
  • ผ่าตัดปรับแนวข้อเท้าให้บริเวณที่ข้อเท้าเสื่อมน้อยรับน้ำหนักแทนบริเวณที่ข้อเท้าเสื่อมมาก
ข้อเท้าเทียม

ภาพแสดงการผ่าตัดข้อเท้าเทียม

ผ่าตัดเชื่อมข้อเท้า

ภาพแสดงการผ่าตัดเชื่อมข้อเท้า

สรุป

ข้อเท้าเสื่อมเป็นโรคที่มักเกินภายหลังจากมีอุบัติเหตุที่ข้อเท้าอย่างรุนแรง ซึ่งต่างจากข้อบริเวณอื่นๆเสื่อม ที่มักเกิดจากการใช้งานหนัก การรักษาต้องเริ่มจากวิธีไม่ผ่าตัดก่อน ถ้าไม่ทุเลาจึงพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัด

บทความโดย นายแพทย์ศุภโชค รัศมีมงคล